ReadyPlanet.com
dot
dot
ดาวเรือง
dot
bulletพันธุ์ดาวเรือง
bulletการเตรียมแปลง
bulletการเพาะเมล็ด
bulletการปลูก
bulletการดูแลรักษา
bulletโรคดาวเรือง
bulletแมลงศัตรูดาวเรือง
bulletการจัดการศัดรูดาวเรือง
dot
มะเขือยาว
dot
bulletแมลงศัตรูมะเขือยาว
bulletโรคมะเขือยาว
bulletจำหน่ายกล้ามะเขือยาวเสียบยอด
dot
พริก
dot
bulletพริกขี้หนู
bulletพริกขี้หนูหอม
bulletพริกเหลือง
bulletโรคและแมลงศัดรูของพริก
bulletการจัดการศัตรูพริก
bulletสารเคมีที่ใช้ในพริก
dot
มะเขือเทศ
dot
bulletมะเขือเทศสีดา
bulletมะเขือเทศผลใหญ่
bulletมะเขือเทศราชินี
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletจำหน่ายต้นกล้าชนิดต่างๆ
dot
Newsletter

dot
dot
LINK
dot
bulletKasetsart U.
bulletกรมอุตุนิยมวิทยา
bulletกรมวิชาการเกษตร
bulletกรมส่งเสริมการเกษตร
dot
เรื่องราวน่ารู้
dot
bulletหญ้าแฝก....หญ้ามหัศจรรย์เพื่อการอนุรักษ์




โรคมะเขือยาว

โรคมะเขือยาว

 

1. โรคต้นและใบแห้งไหม้ (Phomopsis blight)

สาเหตุของโรค เกิดจากเชื้อรา Phomopsis vexans

 

ลักษณะอาการ

ต้นกล้าหรือต้นอ่อน  :  เกิดแผลสีน้ำตาลหรือดำที่บริเวณลำต้น ทำให้ต้นล้ม ใบเหี่ยว และแห้งตาย

ต้นโต   :  เกิดแผลที่โคนต้นลักษณะเน่าแห้ง  สีน้ำตาลหรือเทา ทำให้ลำต้นลีบหรือคอดลง บางครั้งเกิดอาการเปลือกแตกลอก ลักษณะเป็นสะเก็ด หากแผลเกิดรอบต้นจะทำให้ต้นและใบเหี่ยวแห้งทั้งต้น และอาจพบจุดสีดำเล็ก ๆ บริเวณแผล

ใบ :  เป็นแผลกลมสีน้ำตาลอ่อน หรือเทา ตรงกลางซีดจางเล็กน้อย แผลที่เก่าจะมีจุดสีดำบริเวณแผล ในที่สุดใบจะเหลืองและแห้งตาย

ผล :  เกิดแผลเน่าช้ำ สีซีด ยุบตัวลงจากพื้นผิวปกติ แผลอาจขยายใหญ่จนเต็มลูก ถ้าเป็นมากและสภาพแวดล้อมเหมาะสมจะมีสีดำเกิดบริเวณแผลอาการจะเริ่มเป็นตั้งแต่เป็นดอก และลุกลามมาที่ก้านดอกและผลเล็ก ๆ ทำให้ผลเน่าแห้งดำทั้งผลค้างอยู่บนต้น

 

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

                ปลิวไปตามลม น้ำที่กระเซ็น แมลง มนุษย์ เครื่องมือทางการเกษตรต่าง ๆ และสามารถอยู่ข้ามฤดูได้ตามเศษซากพืช

 


การแพร่ระบาด

ปลิวไปตามลม น้ำที่กระเซ็น แมลง มนุษย์ เครื่องมือทางการเกษตรต่าง ๆ และสามารถอยู่ข้ามฤดูได้ตามเศษซากพืช


การป้องกันและกำจัด

1.   เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ที่รับรองการปราศจากเชื้อโรค หรือเก็บเมล็ดพันธุ์จากผล หรือต้นที่มั่นใจว่าไม่เป็นโรคมาก่อน ถ้าไม่มั่นใจให้แช่ในน้ำอุ่น 49-50 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที และนำมาจุ่มในสารละลายจุนสี ( CuSO4 ) ก่อนปลูก

2.   เมื่อต้นกล้างอกและพบว่า มีบางต้นที่แสดงอาการของโรค ให้รีบฉีดพ่นด้วยสารเคมีป้องกันกำจัดเชื้อรา ไธแรม หรือ แคปแทน อัตรา 50-60 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 5-7 วัน และหลังจากย้ายแล้ว หากเกิดการระบาดในแปลงปลูก ให้ใช้สารเคมี มาเนบ หรือ แมนเซท ดี ฉีดพ่นทุก ๆ  5-7 วัน จนกว่าจะพ้นระยะการระบาด

3.  หลีกเลี่ยงการปลูกมะเขือซ้ำที่เดิมที่มีประวัติการเป็นโรคอย่างน้อย 3 ปี และในระยะนี้ให้ปลูกพืชอื่นหมุนเวียน

4.   เก็บทำลายซากพืชที่เป็นโรค และต้นมะเขือที่งอกหลังเก็บเกี่ยวออกให้หมด

 

2. โรคแอนแทรคโนส หรือโรคผลเน่าหรือโรคกิ่งแห้งตาย

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อรา Colletotrichum melongenae

ลักษณะอาการ

                ลูกมะเขือที่โตเต็มที่หรือปล่อยทิ้งไว้จะเกิดอาการแผลค่อนข้างกลมสีน้ำตาลยุบเป็นแอ่งลงไปในเนื้อ แผลที่เกิดอาจเป็นเพียงจุดเล็ก ๆ หรือโตถึงครึ่งนิ้ว และถ้าเป็นมากจนแผลที่เกิดขึ้นมาต่อเชื่อมกันแผลก็อาจใหญ่กว่านั้น เมื่ออากาศชื้นจะพบว่ามีผงสปอร์ของเชื้อราเป็นสีชมพูเห็นได้ชัดเจน ลูกมะเขือที่ถูกทำลายรุนแรงจะหลุดร่วงลงดิน เหลือส่วนที่เป็นก้านติดอยู่กับต้น ต่อมาอาจมีพวกเชื้อเน่าเละเข้าทำลายต่อทำให้เน่าทั้งลูก หรือไม่ก็เน่าแห้งเป็นสีดำ นอกจากบนผลแล้วเชื้ออาจเข้าทำลายใบมะเขือ ทำให้เกิดอาการแผลจุดสีเหลืองหรือสีน้ำตาลขึ้น แต่แผลที่ใบส่วนใหญ่จะไม่กระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นและผลผลิต ส่วนลำต้นเป็นแผลสีน้ำตาลรียาวตามความยาวของลำต้น ต้นเหี่ยวเฉาและแห้งตาย กิ่งแห้งตา

 

สภาพที่เหมาะสมต่อการเกิดโรค

ความชื้นในอากาศสูง เช่น หลังฝนตก หรือคืนที่มีน้ำค้างลงจัด และต้นมะเขือมี

ความอ่อนแอและไม่แข็งแรง

การแพร่ระบาด

                                ปลิวไปตามลม น้ำที่กระเซ็น มนุษย์ สัตว์ เครื่องมือทางการเกษตร และเมล็ดพันธุ์ การอยู่ข้ามฤดู เชื้อราจะอยู่ตามเศษซากพืชหรือผลมะเขือที่หล่นตามดิน หรือที่หลงเหลืออยู่บนต้น

การป้องกันกำจัด

1. เลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ที่มีการรับรองว่าไม่มีเชื้อรา หากไม่แน่ใจให้แช่น้ำอุ่น 49 - 50

องศาเซลเซียส เป็นเวลานาน 30 นาที แล้วจุ่มในสารละลายของจุนสี ( CuSO4 ) ก่อนปลูก

2. เมื่อต้นกล้างอก และพบต้นที่เป็นโรค ฉีดพ่นด้วยสารเคมี ไธแรม หรือแคปแทน

อัตรา 50-60 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก ๆ 5-7 วัน และหลังย้ายต้นกล้าลงแปลงปลูกใหญ่แล้ว หากพบว่ามีการระบาดของโรคให้ฉีดพ่นด้วยมาเนบ หรือแมนเซท ดี ทุก 5-7 วัน จนกว่าจะพ้นระยะการระบาด

3. หลีกเลี่ยงการปลูกมะเขือซ้ำลงในแปลง หรือดินปลูกที่เคยมีโรคระบาดอย่าง

น้อย 3 ปี โดยนำพืชชนิดอื่นมาปลูกหมุนเวียน

                               4. เก็บทำลายซากพืชที่เป็นโรค และต้นมะเขือที่งอกหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วให้หมด

 


7. โรคโคนเน่าหรือโรคเหี่ยวตาย
(Wilt)

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อรา Sclerotium rolfsii

 

ลักษณะอาการ

                   ต้นแสดงอาการเหี่ยวเฉาเหมือนอาการขาดน้ำ ที่โคนต้นบริเวณใต้ผิวดินลงไปเล็กน้อย    พบแผลแห้งตายที่ส่วนต้น และเปลือกจนรอบต้น ส่วนที่โคนต้นเหนือระดับดินจะมีเส้นใยของเชื้อราเป็นเส้นใยลักษณะหยาบ ๆ สีขาว บางครั้งอาจพบเส้นใยรัดพันกันแน่นเป็นเม็ดกลมสีขาว ไปจนถึงน้ำตาลอ่อน และน้ำตาลแก่ ขนาดเท่าเมล็ดผักกาด ติดอยู่ประปรายทั่วบริเวณโคนต้น

 

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

อุณหภูมิ และความชื้นสูง

 

การแพร่ระบาด

                                สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในเศษซากพืชที่เป็นโรค ติดไปกับดิน น้ำ เครื่องมือทางการเกษตร และอยู่ข้ามฤดูในรูปของเม็ดผักกาด ( ส่วนที่เส้นใยพัดรัดกันแน่น ) เมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม จะงอกเป็นเส้นใยเข้าทำลายพืชต่อไป

            การป้องกันและกำจัด

1.       รักษาความสะอาดแปลงปลูก โดยการเก็บเศษซากพืชที่ค้างอยู่ในแปลงออกให้มากที่สุดเท่าที่จะ ทำได้

2.    ปรับปรุงดินด้วยปุ๋ยคอก และปูนขาว

                3.    พบต้นที่เป็นโรคควรถอนทิ้ง และถ้าทำได้ให้เผาทำลาย           

4.    แปลงที่เป็นโรค ควรงดปลูกพืชตระกูลพริก และมะเขืออย่างน้อย 4 ปี

5.    ควรเลือกพื้นที่สำหรับทำแปลงเพาะกล้าให้แน่ใจว่าไม่มีโรคนี้ระบาดมาก่อน

    6.   พบโรคระบาดใช้สารเคมีป้องกันและกำจัดโรคพืช เช่น พีซีเอ็น บี ไวตาแวกซ์  เอทริไดอาโซล พีซี  เอ็น บี ผสมเอทริไดอาโซล จะสามารถลดการระบาดของโรคได้ แต่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง 

 

3. โรคผลเน่าดำ (Fruit rot)

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อรา Phytophthora sp. และ  Pythium sp.

 

ลักษณะอาการ

ผลเน่าเป็นสีน้ำตาลเข้ม โดยเริ่มเป็นบริเวณเล็ก ๆ แล้วลุกลามขยายออกไปอย่าง

รวดเร็ว จนทำให้ผลเน่าดำเกือบทั้งผล ผลที่เน่ามักหลุดร่วงจากต้น

 

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

ดินเป็นกรด อุณหภูมิ และความชื้นสูง
การแพร่ระบาด

เชื้อสาเหตุสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดิน และเศษซากพืช
การป้องกันและกำจัด

1.   เก็บชิ้นส่วนของพืชที่เป็นโรคออกจากแปลง และทำลายโดยการเผาไฟ เพื่อ

ไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุ

2.       ฉีดพ่นสารป้องกันและกำจัดเชื้อรา ประเภทแมนโคเซบเป็นครั้งคราวอย่าง

ทั่วถึงในทรงพุ่ม จะสามารถลดโอกาสการเกิดโรคเป็นอย่างมาก

                               3.    ลดความชื้นในทรงพุ่ม โดยการปลูกให้ห่างขึ้นหรือตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง

 

 

 

 

 

 

 

4. โรคเหลืองหรือโรคใบด่างลาย

สาเหตุของโรค

เกิดจากเชื้อไวรัส

 

ลักษณะอาการ

ใบ และผลมะเขือแสดงอาการเหลืองด่างลาย ต้นชะงักการเจริญเติบโต
การแพร่ระบาด

โดยการสัมผัสส่วนที่เป็นโรค และมีแมลงหวี่ขาวเป็นพาหะนำโรค
การป้องกันกำจัด

1.    พบต้นที่เป็นโรคให้ทำลาย โดยการถอนและนำไปเผาทำลาย

2.    เลือกใช้เมล็ดพันธุ์จากแหล่งที่ไม่มีการระบาดของโรค หรือซื้อจากห้างร้านที่มี

การรับรองและเชื่อถือได้

3.       ทำความสะอาดเครื่องมือทางการเกษตรก่อนและหลังการปลูก หรือการ

ปฏิบัติการใด ๆ ในแปลง

4.    ถ้าปลูกใกล้แหล่งที่มีการระบาดของโรคต้องฉีดพ่นสารเคมีควบคุมแมลงพวก

เพลี้ยไฟ  เพราะเป็นพาหะนำโรค

 

5. โรคผลเน่าดำ (Fruit rot)

เชื้อสาเหตุ  Phytophthora sp., Pythium sp.
ลักษณะอาการ
  
ผลเน่าเป็นสีน้ำตาลเข้ม โดยเริ่มเป็นบริเวณเล็ก ๆ แล้วลุกลามขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผลเน่าดำเกือบทั้งผล ผลที่เน่ามักหลุดร่วงจากต้น

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ดินเป็นกรด อุณหภูมิ และความชื้นสูง

การแพร่ระบาด เชื้อสาเหตุสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดิน และเศษซากพืช

การป้องกันกำจัด

1. เก็บชิ้นส่วนของพืชที่เป็นโรคออกจากแปลงและทำลายโดยการเผาไฟ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุ

2. ฉีดพ่นสารป้องกันและป้องกันโรคพืช ประเภทแมนโคเซปเป็นครั้งคราวอย่างทั่วถึงในทรงพุ่ม จะสามารถลดโอกาสการเกิดโรคเป็นอย่างมาก

          3. ลดความชื้นในทรงพุ่ม โดยการปลูกให้ห่างขึ้นหรือตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง


6. โรคผลเน่าดำ (
Fruit rot)

เชื้อสาเหตุ Phytophthora sp., Pythium sp.

ลักษณะอาการ
ผลเน่าเป็นสีน้ำตาลเข้ม โดยเริ่มเป็นบริเวณเล็ก ๆ แล้วลุกลามขยายออกไปอย่างรวดเร็ว จนทำให้ผลเน่าดำเกือบทั้งผล ผลที่เน่ามักหลุดร่วงจากต้น

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
ดินเป็นกรด อุณหภูมิ และความชื้นสูง

การแพร่ระบาด เชื้อสาเหตุสามารถเจริญเติบโตได้ดีในดิน และเศษซากพืช

การป้องกันกำจัด

1. เก็บชิ้นส่วนของพืชที่เป็นโรคออกจากแปลงและทำลายโดยการเผาไฟ เพื่อไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุ

2. ฉีดพ่นสารป้องกันและป้องกันโรคพืช ประเภทแมนโคเซปเป็นครั้งคราวอย่างทั่วถึงในทรงพุ่ม จะสามารถลดโอกาสการเกิดโรคเป็นอย่างมาก

          3. ลดความชื้นในทรงพุ่ม โดยการปลูกให้ห่างขึ้นหรือตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง







Copyright © 2010 All Rights Reserved.