ReadyPlanet.com
dot
dot
ดาวเรือง
dot
bulletพันธุ์ดาวเรือง
bulletการเตรียมแปลง
bulletการเพาะเมล็ด
bulletการปลูก
bulletการดูแลรักษา
bulletโรคดาวเรือง
bulletแมลงศัตรูดาวเรือง
bulletการจัดการศัดรูดาวเรือง
dot
มะเขือยาว
dot
bulletแมลงศัตรูมะเขือยาว
bulletโรคมะเขือยาว
bulletจำหน่ายกล้ามะเขือยาวเสียบยอด
dot
พริก
dot
bulletพริกขี้หนู
bulletพริกขี้หนูหอม
bulletพริกเหลือง
bulletโรคและแมลงศัดรูของพริก
bulletการจัดการศัตรูพริก
bulletสารเคมีที่ใช้ในพริก
dot
มะเขือเทศ
dot
bulletมะเขือเทศสีดา
bulletมะเขือเทศผลใหญ่
bulletมะเขือเทศราชินี
dot
ข่าวประชาสัมพันธ์
dot
bulletจำหน่ายต้นกล้าชนิดต่างๆ
dot
Newsletter

dot
dot
LINK
dot
bulletKasetsart U.
bulletกรมอุตุนิยมวิทยา
bulletกรมวิชาการเกษตร
bulletกรมส่งเสริมการเกษตร
dot
เรื่องราวน่ารู้
dot
bulletหญ้าแฝก....หญ้ามหัศจรรย์เพื่อการอนุรักษ์




การเพาะเมล็ด

 

อุปกรณ์ในการเพาะเมล็ด

เมล็ดดาวเรืองที่ใช้ปลูกเป็นการค้าเป็นเมล็ดที่มีราคาแพง เพราะเป็นลูกผสมนำเข้าจาต่างประเทศ  

 

1. วัดสุเพาะกล้า แนะนำให้ใช้พีทมอส (peat moss) ชนิดที่มีปุ๋ยเคมีผสมอย่างน้อย 1-2 กก.ต่อคิวบิคเมตร อาจใช้พืทมอสล้วนๆเลยก็ได้ หรือหากต้องการให้โปร่งหน่อยก็ควรผสมมด้วยเปอร์ไลท์ อัตรา 2:1 ก็ได้ ห้ามผสมกับอย่างอื่นที่ไม่แน่ใจว่ามีเชื้อโรคหรือเปล่า เช่นปุ๋ยหมัก ดิน หรือแกลบ เพราะจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคได้ง่าย พีทมอสที่ใช้ได้เช่น Klassman KTS2 จำหน่ายโดยบริษัท วาย วี พี, Superpeat จำหน่ายโดยเจียไต๋ และ GardenGold ทั้งหมดนี้นำเข้ามาจากประเทศแถบยุโรป ทั้งสามชนิดนี้จะมีส่วนผสมของปุ๋ยมาด้วยแล้ว การเพาะดาวเรืองไม่จำเป็นต้องเติมปุ๋ยอีก

 

2. ถาดเพาะกล้า    การเพาะกล้าทีมีประสิทธิภาพจะต้องเพาะในถาดหลุมโดยเฉพาะที่ต้องการจำนวนต้นเป็นพันหรือหมื่นหรือหลายๆหมื่นต้น   การเพาะลงแปลงจะเสี่ยงต่อการเป็นโรคอย่างมากการควบคุมปัจจัยต่างๆได้ยาก   ถาดเพาะที่มีจำหน่ายในท้องตลาดได้แก่ถาดหลุมขนาด 104 หลุม ความจุของหลุมประมาณ 30-50 ซีซี ถาดขนาดนี้การเพาะจะได้ต้นกล้าใหญ่ แต่จะเปลืองวัสดุและสถานที่ดูแล   ส่วนที่ผมผลิตกล้าจำหน่ายเป็นการค้าผมจะใช้ถาดหลุมขนาด 288 หลุม หลุมมีขนาดประมาณเพียง 6 ซีซี เท่านั้น ทำให้ประหยัดวัสดุเพาะและประหยัดสถานที่ดูแล ขนส่งได้คราวละมากๆ การดูแลกล้าที่เพาะในถาดขนาดนี้จะค่อนข้างยากกว่าเพราะกล้าจะแน่นมาก การเกิดโรคระบาดง่ายกว่า การดูแลรักษาต้องอย่างดี   ถาดพลาสติกนี้สามารถใช้ได้หลายครั้ง การนำกลับมาใช้ใหม่จะต้องล้างให้สะอาดและแช่คลอรีน 15 เปอร์เซ็นต์ ฆ่าเชื่อที่อาจติดมาให้หมด

 

3. การป้องกันกำจัดโรค โรคที่เกิดในระยะกล้ามีหลายชนิด ที่สำคัญได้แก่

               3.1 โรคเน่าคอดิน (damping off of seedling) กล้าจะหักพับระดับผิวดิน หากใช้วัสดุเพาะที่ไม่ได้มาตรฐานอาจมีเชื้อติดมาได้ หรือเชื้อในบริเวณที่เพาะอยู่แล้ว

              3.2 โรคใบไหม้ (seedling blight) โรคนี้ทำลายที่ใบเลี้ยง ใบเลี้ยงไหม้แห้ง กล้าหยุดการเจริญเติบโต แห้งตาย อย่างรวดเร็วและรุนแรง

              3.3 โรคใบจุด (leaf spot) เกิดกับใบเลี้ยงส่วนใหญ่ หรือใบจริงคู่แรกๆ

 

 

 

 ขั้นตอนการเพาะเมล็ด

 

1. การบรรจุวัสดุเพาะ    วัสดุเพาะส่วนใหญ่จะอัดแน่น เมื่อนำมาใช้ต้องทำให้กระจายตัวอย่างสมบูรณ์ก่อนอย่าให้จับตัวเป็นก้อน เมื่อนำมาทำให้กระจายตัวแล้วจึงจัดการเทใส่ถาดหลุมที่สะอาดและฆ่าเชื้อแล้ว ใส่วัสดุให้ลงทั่วทุกหลุมจนเต็มจากนั้นเคาะถาดเพื่อให้วัสดุตกลงในหลุมอย่างสม่ำเสมอ แต่ห้ามอัดวัสดุจนแน่น เพราะจะทำให้การระบายอากาศไม่ดีเป็นโรคได้ง่าย

2. การเตรียมเมล็ด  เมล็ดดาวเรืองที่จำหน่ายส่วนใหญ่ไม่ได้คลุกสารกำจัดเชื้อรา หรือคลุกมาแล้ว แต่ไม่เพียงพอจะต้องมาคลุกใหม่น่าจะปลอดภัยกว่า  ที่ผมปฏิบัติอยู่ได้แก่การคลุกเมล็ดด้วยสาร เมธาแลกซิล และสารประกอบทองแดงเช่น คอบเปอร์ ไฮดรอกไซด์

3. การหยอดเมล็ด การงอกของเมล็ดดาวเรืองต้องการอากาศมาก และต้องมีความชื้นที่เหมาะสม การหยอดเมล็ดจะต้องไม่ลึกเกินไปหรือตื้นเกินไป ความลึกในการกลบเมล็ดไม่เกิน 1-2 มม. เท่านั้น หากกลบลึกเมล็ดจะขาดอากาศและเน่าตาย   การกลบหากกลบตื้นเกินไปกล้าก็จะล้มง่าย ไม่แข็งแรง  สังเกตง่ายๆการกลบที่ดีแค่มิดเมล็ดก็พอแล้ว 

 

4. การรดน้ำ   น้ำที่ใช้รดต้องสะอาดน้ำประปาที่มีคลอรีนส่วนใหญ่ใช้ได้ น้ำบ่อน้ำคลองส่วนใหญ่ใช้ได้ แต่ที่สำคัญคือการรดน้ำ จะต้องให้น้ำเป็นละอองฝอย   ปริมาณน้ำที่รดแต่ละครั้งสำคัญที่สุด หากรดน้ำมากเกินไป (over watering) เมล็ดที่กำลังจะงอกจะจมน้ำตาย  หากสังเกตสีของวัสดุเพาะพวกพีทมอส ถ้าเป็นสีน้ำตาลอ่อนแสดงว่าแห้งไป ถ้าเป็นสีดำเข้มแสดงว่าอาจมากไป การรดน้ำในวันอากาศร้อนปกติ จะรดน้ำประมาณสองรอบเช้าบ่าย  การรดน้ำรอบต่อรอบหากพบว่าเมื่อรดรอบต่อไปสีของวัสดุเพาะมีสีเข้มแสดงว่าการรดน้ำรอบที่แล้วมากเกินไปให้รดน้ำให้น้อยลงหรืองดรอบนั้นทันที่  หรือหากพบว่าวัสดุในถาดเพาะเป็นสีน้ำตาลอ่อนแสดงว่าการรดน้ำรอบที่แล้วน้อยไปให้รดรอบนั้นๆมากหน่อย   การรดน้ำแต่ละครั้งต้องสังเกตว่ามากไปหรือน้อยไปตลอด และระหว่างที่รดน้ำจะต้องสังเกตอาการผิดปกติของกล้าด้วย    จากประสบการณ์การรดน้ำที่สำคัญที่สุดอยู่ที่การรดน้ำ 2-3 ครั้งแรก หากรดสองสามครั้งแรกทำได้ดี ดาวเรืองจะงอกอย่างสม่ำเสมอ การรดน้ำรอบหลังๆจะง่ายขึ้นมาก

5. การดูแลรักษา    กล้าตลอดระยะเวลาการผลิตประมาณ  17-20 วัน ต้องหมั่นตรวจดูโรคและศัตรูอยู่เสมอ   หากพบสิ่งผิดปกติจะต้องจัดการทันที  สารเคมีที่ควรมีไว้สำหรับการดูแล ดูได้จากตารางข้างล่างนี้

 

 

บรรจุวัสดุเพาะ

ทำหลุม  ปากคีบคีบเมล็ดวาง

วางเมล็ด

กล้าที่งอกได้  7วัน

กล้าที่พร้อมปลูก

การรดน้ำใช้ฉีดพ่นเป็นฝอยละเอียด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.